รถรับจ้างขนของ ตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี คืออะไร?

รถรับจ้างขนของ ตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี คืออะไร? การตรวจสภาพรถยนต์ของเราให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ เพราะว่ารถยนต์ที่ใช้งานอยู่ทุกวันนั้นก็ย่อมต้องมีการสึกหรอบางเป็นธรรมดา เราจึงควรมีการดูแลให้ดีเพื่อที่จะได้ยืดอายุการใช้งานของรถออกไปนานๆ โดยนอกจากจะดูแลด้วยตัวเองแล้ว ยังมีการตรวจสอบเช็คระยะที่ต้องทำประจำอยู่อีก อาจจะเป็นทุกๆ 5,000 หรือ 10,000 กิโลเมตร ก็แล้วแต่รถยนต์แต่ละคัน ที่ต้องตรวจก็เพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบอะไหล่ชิ้นสำคัญของรถว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ หากว่าไม่พร้อมจะได้ทำการสับเปลี่ยน ที่ทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้รถใช้งานไปได้นานๆ นั่นเอง

ซึ่งการตรวจสภาพรถนอกจากตรวจสอบเช็คระยะและตรวจเช็คด้วยตัวเราเองแล้ว ยังมีการตรวจเช็ครถยนต์อีกหนึ่งอย่างที่ถือว่าสำคัญมากๆ นั่นก็คือ ตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ส่วนจะมีความสำคัญอย่างไรนั้น จะพาไปดูกันเพื่อที่เราผู้ใช้รถยนต์จะได้เข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งนี้กัน

ตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี คืออะไร?

– การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีหรืออีกชื่อที่หลายๆ คนคุ้นเคยก็คือ ตรวจสภาพรถ ตรอ. ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเสียภาษีรถยนต์นั่นเอง
ทำไมต้องตรวจ?
– เพราะพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้ระบุไว้ว่า

รถที่จะนำมาใช้ในการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 หรือนำมาจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. 2522 จะต้องมีสภาพมั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถ ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับรถ ผู้โดยสารไปกับรถคันนั้น ผู้ขับขี่รถคันอื่น ๆ คนเดินถนน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

ดังนั้นเราที่ต้องการใช้รถยนต์ก็ต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้กำหนดไว้

รถยนต์ประเภทไหนบ้างที่ต้องตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีก่อนเสียภาษีรถยนต์

– ทางกรมขนส่งได้กำหนดประเภทของรถยนต์ที่ต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี ไว้ดังนี้

รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน
รถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถดังนี้
– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
– รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุใช้งานครบ 7 ปี ขึ้นไป
– รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป

สามารถนำรถไปตรวจสภาพประจำปีได้ที่ไหนบ้าง?

รถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท
– เราสามารถนำรถไปตรวจได้ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมขนส่งทางทางบก หรือที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้
ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์
– เจ้าของรถต้องนำรถไปตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น แต่ก็มีกรณียกเว้นดังนี้

– รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม
จะต้องตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้

– รถของส่วนราชการ
บุคคลในคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ ให้ตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ก็ได้

รถที่มีการดัดแปลงสภาพ
– กรณีที่มีการดัดแปลงสภาพรถ รถที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่องยนต์ รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ หรือเลขเครื่องยนต์ รถที่ขาดต่ออายุทะเบียนเกิน 1 ปี ฯลฯ เราจะต้องนำรถไปตรวจสภาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีเท่าไหร่ และ จะต้องตรวจสภาพเมื่อไหร่?
– เราจะต้องนำรถไปตรวจสภาพประจำปีให้เรียบร้อยก่อนที่ภาษีรถยนต์ประจำปีของเราจะหมดอายุ แต่ก็มีเงื่อนไขอีกอย่างก็คือ การตรวจสภาพรถประจำปีของเรานั้นจะสามารถตรวจล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือนก่อนภาษีรถเราจะหมดอายุเท่านั้น และหากเราลืมที่จะตรวจสภาพรถยนต์หรือดำเนินการล่าช้า เราก็จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มมาจากค่าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีอีกด้วย

– ค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องจ่ายในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

– รถจักรยานยนต์ คันละ 60 บาท
– รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
– รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

หากตรวจแล้วไม่ผ่านจะต้องทำอย่างไรบ้าง?
– กรณีที่รถเราไม่ผ่านการตรวจ ทางสถานตรวจรถจะแจ้งรายละเอียดให้เราทราบว่าเราจะต้องแก้ไขอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็ให้เราทำการแก้ไขตามนั้น และรีบนำรถกลับมาตรวจสภาพใหม่อีกครั้งภายใน 15 วัน ส่วนค่าใช้จ่ายก็จะเสียเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของการตรวจครั้งแรก กรณีถ้าเราดำเนินการช้าเกิน 15 วัน หรือ หากเรานำรถไปตรวจสภาพที่สถานที่ตรวจอื่นๆ เราก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตามปกติ
เมื่อเราแก้ไขจนครบตามรายละเอียดที่แจ้งมาแล้ว และทางสถานตรวจสอบก็ตรวจเช็คว่าผ่าน เราก็จะได้ใบรับรองการตรวจสถาพรถของเราจากสถานที่ตรวจสภาพ เพื่อที่เราจะนำไปใช้ในการดำเนินการต่อภาษีป้ายทะเบียน